เผยเหตุการณ์ความกล้าหาญ “สมเด็จพระพันปีหลวงฯ” จากนางสนองพระโอษฐ์ ผู้ถวายงานใกล้ชิด

21 สิงหาคม 2021 | Slide, ข่าวเด่น
Loading...

เรื่องเล่าจากนางสนองพระโอษฐ์ ผู้ถวายงานใกล้ชิดกว่า 44 ปี เผยมุมกล้าหาญของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 แสดงถึงพระเมตตาที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย เพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่หวังผลตอบแทนใดๆ

Loading...

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ผู้อยู่เคียงข้าง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไม่ว่าในหลวงจะเสด็จพระราชดำเนินไปแห่งหนใด เป็นภาพที่คุ้นตาและประทับใจคนไทยทั้งแผ่นดิน นอกจากความสง่างาม ความอ่อนหวานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 พระผู้เปรียบเสมือนแม่ของแผ่นดิน ที่หลายคนได้เห็นเบื้องหน้าแล้ว ก็ยังมีอีกมุมหนึ่งแห่งความกล้าหาญ ความเข้มแข็งของพระองค์ที่ชาวไทยหลายคนอาจยังไม่เคยรู้มาก่อน

ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ นางสนองพระโอษฐ์และราชเลขานุการในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ผู้ตามเสด็จและถวายงานแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เป็นเวลานานกว่า 44 ปี

ได้เปิดเผยกับนิตยสารแพรว ว่า ได้มีโอกาสตามเสด็จไปยังพื้นที่ทุรกันดารทั่วประเทศ ทำให้ได้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพ พระราชกรณียกิจ และพระเมตตาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ซึ่งหลายครั้งที่ตามเสด็จไปจะเป็นพื้นที่เสี่ยงอันตราย โดยเฉพาะในสมัยที่พรรคคอมมิวนิสต์มีอิทธิพล

Loading...

โดยเล่าเหตุการณ์หนึ่ง เมื่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปกิ่ง อ.ดงหลวง (ปัจจุบันเป็น อ.ดงหลวง) จ.นครพนม ซึ่งสถานการณ์ในพื้นที่ค่อนข้างรุนแรงมาก ขณะนั้นท่านผู้หญิงจรุงจิตต์และท่านผู้หญิงสุประภาดา เกษมสันต์ มีหน้าที่สังเกตการณ์พื้นที่ล่วงหน้า และต้องปลอมตัวเป็นชาวบ้านเข้าไปที่ตลาดนาแก นุ่งผ้าถุง ไม่แต่งหน้า ใส่แว่นสายตา หิ้วตะกร้าหนึ่งใบ แล้วนั่งรถสองแถวเข้าไปในพื้นที่ พอไปถึงปรากฏว่าทางการเปลี่ยนแผนไม่ให้พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินไปบริเวณนั้น เพราะเกรงจะเกิดอันตราย

ขณะนั้นชาวบ้านมารอกันเต็มไปหมดแล้ว พอรู้ว่าทางการเปลี่ยนแผนจึงน้อยใจว่าทำไมพระราชินีมาบ้านเขาไม่ได้ จากที่นั่งอยู่เป็นร้อย ๆ คนลุกเดินกลับเข้าหมู่บ้านหมดในทันที พอเห็นอย่างนั้น ท่านผู้หญิงสุประภาดาบอกดิฉันว่าท่านจะดูแลสถานการณ์ตรงนั้น ให้ดิฉันนั่งรถไปกับทหารเพื่อกราบบังคมทูลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ขอพระราชทานวินิจฉัยว่า

Loading...

เมื่อเสร็จพระราชกิจตรงนั้น จะขอพระราชทานให้เสด็จพระราชดำเนินโดยเฮลิคอปเตอร์มาที่นี่ จากนั้นดิฉันก็นั่งรถยนต์ของทหารรีบไปถึงให้เร็วที่สุด พอไปถึงดิฉันรีบบอกท่านแม่ทัพตามที่เล่าไว้ข้างต้น ตอนนั้น พลเอก เปรมไม่อยากให้พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินไปและเมื่อความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ก็รับสั่งทันทีว่าจะเสด็จพระราชดำเนินไป โดยให้ทูลกระหม่อมทั้งสองพระองค์รออยู่ที่เดิม จะเสด็จพระราชดำเนินไปพระองค์เดียว

หลังจากนั้นท่านผู้หญิงจรุงจิตต์และท่านผู้หญิงสุประภาดา จึงแสดงตัวและประกาศว่าสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 จะเสด็จพระราชดำเนินชาวบ้านดีใจรีบกลับมากันเนืองแน่นเหมือนเดิมในพริบตา และเมื่อพระองค์เสด็จพระราชดำเนินมาถึงก็มีพระราชปฏิสันถารกับชาวบ้านอย่างเป็นกันเอง ระหว่างนั้นได้มีเครื่องบินอารักขาบินสังเกตการณ์อยู่รอบ ๆ พอเครื่องบินไปถึงชายป่าก็มีเสียงปืนดังปัง ๆ แสงไฟพุ่งวาบไปทางเครื่องบิน พระองค์ท่านก็ทรงได้ยิน แต่ไม่ทรงแสดงว่าจะต้องรีบเสด็จพระราชดำเนินกลับ ยังรับสั่งถามสารทุกข์สุกดิบ และทรงเยี่ยมราษฎรจนเสร็จ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงกล้าหาญเหลือเกิน พระองค์ท่านไม่เคยละทิ้งประชาชน

รวมถึงยังมีอีกเหตุการณ์ตามเสด็จไป จ.ตราดในปี พ.ศ. 2522 ตอนนั้นเกิดเหตุการณ์ชาวกัมพูชานับแสนคนอพยพมาอยู่บริเวณชายหาดบ้านเขาล้าน อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ชาวกัมพูชาทุกคนอยู่ในสภาพหิวโหย ทางจังหวัดพยายามช่วยเหลือสุดความสามารถแล้ว แต่คงจะแบกรับสถานการณ์นั้นไม่ไหว จึงขอความช่วยเหลือมาที่สภากาชาดไทย ซึ่งพระองค์ท่านเป็นสภานายิกาสภากาชาดไทย เมื่อทรงทราบก็รับสั่งว่าจะเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรเพื่อพระราชทานความช่วยเหลือจากหัวหิน

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ประทับเครื่องบินข้ามทะเลไปที่ จ.จันทบุรี แล้วประทับเฮลิคอปเตอร์ต่อ พอเสด็จพระราชดำเนินถึงก็ทอดพระเนตรแล้วรับสั่งว่า สถานการณ์ที่ทอดพระเนตรเห็นไม่เป็นอย่างที่ผู้ว่าฯ บรรยายในจดหมายเลย ชาวกัมพูชาที่มาคอยอยู่นั้นดูร่างกายแข็งแรง ทรงจับได้ว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้พาพระองค์ไปพื้นที่จริง เพราะเกรงจะไม่ปลอดภัย จึงให้ทหารขนชาวกัมพูชาจำนวนหนึ่งนั่งรถมาเข้าเฝ้าฯ ที่โรงเรียนบ้านไร่ ซึ่งชาวกัมพูชาที่ปีนขึ้นรถทหารได้ก็ต้องแข็งแรง พระองค์จึงทรงยืนยันว่าจะเสด็จพระราชดำเนินไปบ้านเขาล้าน

ขณะเสด็จพระราชดำเนินโดยเฮลิคอปเตอร์ เมื่อใกล้ถึงที่หมายแล้ว ดิฉันมองลงไปพื้นเบื้องล่างก็ตกใจมาก เพราะเห็นคนอยู่เบื้องล่างเป็นจำนวนมาก ทุกคนใส่เสื้อผ้าสีดำ โพกศีรษะด้วยผ้าสีดำ นั่งกันอยู่เต็มไปหมด ไม่มีทั้งอาหารและน้ำ ที่ติดตัวมาก็หมดไปกลางทาง เมื่อเฮลิคอปเตอร์ลงถึงพื้น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงพระดำเนินไปในพื้นที่เปียกแฉะ เนื่องจากมีคนจำนวนมากกิน นอน ถ่ายอยู่ตรงนั้น กลิ่นคลุ้งไปหมด ภาพที่เห็นแม่อุ้มลูกเล็ก ๆ เหลือแต่ซี่โครง หลายคนอยู่ในภาวะขาดอาหารขั้นรุนแรง เพราะเดินเท้าข้ามภูเขามา บางคนมาถึงก็ล้มตายอยู่ตรงนั้น เห็นกันคาตา

ในครั้งนั้นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ได้ทรงเลี้ยงเด็กกำพร้าจำนวนมาก ทรงชงนมให้ดูเป็นตัวอย่าง และทรงสอนว่าเด็กที่ขาดอาหาร ถ้าชงนมเหมือนปกติอาจทำให้ท้องเสีย ต้องให้นมเจือจางที่สุดและป้อนทีละน้อย ให้สภาพร่างกายเคยชินก่อนจึงเพิ่มนมให้เข้มข้นขึ้น ทรงทำให้ดูเป็นตัวอย่างด้วย ก่อนที่พระองค์ท่านจะเสด็จพระราชดำเนินกลับ ได้โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งศูนย์สภากาชาดขึ้นในบริเวณนั้น ทั้งยังพระราชทานสิ่งของช่วยเหลือตามมาอีกจำนวนมาก เช่น น้ำสะอาด เกลือไอโอดีน นมผง ข้าวสาร เสื้อผ้า พลาสติก เครื่องปั่นไฟ

ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ บอกว่า การที่ได้เข้ามารับใช้พระองค์ท่านอย่างใกล้ชิดขนาดนี้ ถือเป็นความภูมิใจสูงสุดของชีวิต และเมื่อมีโอกาสถวายงานก็ได้เห็นน้ำพระราชหฤทัยว่าทรงรักประเทศชาติ ทรงอยากให้ประเทศไทยมีความมั่นคงยั่งยืน คนไทยควรสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ดูพระราชกรณียกิจของทั้งสองพระองค์ให้ลึกซึ้ง อย่าดูแต่ฉาบฉวย ทุกพระราชกรณียกิจทรงทำเพื่อประชาชนคนไทยทั้งสิ้น ทรงไม่เคยหวังผลตอบแทนใด ๆ

ขอบคุณข้อมูลจาก นิตยสารแพรว

Loading...