‘ก้มกราบพระบาทแทบไม่ทัน’ เมื่อครั้งครูสอนภูมิศาสตร์ถูกนักเรียนหญิง ชวนไปเที่ยวบ้าน โดยไม่รู้ว่าคนนั้นคือ “กรมสมเด็จพระเทพฯ”

17 สิงหาคม 2021 | Slide, ข่าวเด่น
Loading...

เป็นเรื่องราวสุดแสนประทับใจ ที่เล่าโดยพระราชวิจิตรปฏิภาณ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ย้อนเรื่องราวกลับเมื่อหลายปีก่อน มีนักธุรกิจคนหนึ่งมาหาอาตมาที่วัดสุทัศน์ ซึ่งเป็นนักธุรกิจ โดยระบุข้อความเอาไว้ว่า…

เมื่อก่อนผมเป็นครูสอนวิชาภูมิศาสตร์ และวิชาประวัติศาสตร์ ปกติผมต้องไปค้นคว้าข้อมูลในหอสมุดแห่งชาติต่อมา ก็มีนักเรียนหญิงคนหนึ่งผูกเปียสองข้างเข้าไปค้นข้อมูลอย่างจริงจัง ว่างก็สนทนากันถึงเรื่องวิชาการ

Loading...

อยู่มาวันหนึ่ง นักเรียนหญิงคนนั้นก็ชวนผมไปเที่ยวบ้าน โดยบอกว่าจะให้พ่อเลี้ยงข้าวหนึ่งมื้อในฐานะที่ให้ความรู้ด้านวิชาการ โดยมีการนัดแนะกันที่พระราชวังดุสิต สวนจิตรลดาโดยเธอบอกว่า เมื่อเข้าประตูที่หนึ่แล้วขอให้บอกแก่คนที่เฝ้าประตูด้วยคำพูดนี้ ครั้นถึงวันนัดหมายผมก็เดินทางไปโดยรถแท็กซี่

เมื่อเข้าประตูผมก็มิได้สงสัย คงบอกเจ้าหน้าที่ตามนั้นครั้นถึงขั้นที่สอง ผมก็บอกตามนั้นอีก เจ้าหน้าที่ก็อัธยาศัยดี ให้ความเคารพผมอย่างยิ่ง แต่พอ ถึงขั้นที่สาม ผมก็เริ่มเห็นภาพชัดเจนว่า แท้ที่จริงเด็กผู้หญิงคนนั้นคือ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี

Loading...

ซึ่งตอนนั้นยังมิได้เฉลิมพระยศนี้ ท่านครับ พอผมนึกออกก็เริ่มสั่นแล้ว แต่เหตุที่ผมนึกไม่ออกนั้น เพราะผมไม่เคยคิดเลยว่า เจ้าฟ้าจะสนพระทัยในวิชาการอย่างจริงจัง เวลาค้นคว้าก็ทรงสืบค้นด้วยพระองค์เองทุกอย่างทรงค้นคว้าและจดจำอย่างขมีขมัน โดยมิได้มีข้าราชบริพารเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพระองค์ และเวลาที่ทรงสนทนาก็ให้ความนับถือคู่สนทนา ยิ่งรู้ว่าผมเป็นครูสอนวิชาดังกล่าว

เมื่อผมรู้ว่านักเรียนหญิงคนนั้นคือสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ผมก็ประหม่า และแล้วรถแท็กซี่ก็ถึงที่นัดพบ สักครู่พระองค์ก็เสด็จออกมาแล้วตรัสปฏิสันถาร ถึงตอนนี้ผมก็ก้มลงกราบกับพื้น และที่ทำให้ผมสั่นยิ่งขึ้นก็คือ ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าคุณพ่อของเด็กผู้หญิงคนนี้คือ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ ๙

Loading...

สักครู่พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ก็เสด็จออกมา ทรงมีพระพักตร์ที่ยิ้มแย้มแล้วตรัสว่า เห็นลูกสาวบอกว่าเป็นเพื่อนกัน เมื่อพระองค์ตรัสดังนี้ ผมก็ก้มลงกราบด้วยความประหม่าเป็นที่สุด แล้วกราบบังคมทูลว่า มิเป็นการบังอาจพระพุทธเจ้าข้า

พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณตรัสว่า ขอให้ทำตัวตามปกติไม่ต้องประหม่าหรือกลัวแต่อย่างใด พระองค์ตรัสขอบใจที่ได้เป็นเพื่อนสนทนาในวิชาการดังกล่าว จากนั้นพระองค์ก็ตรัสว่า

อันที่จริงก็มีผู้อยากขอเข้าเฝ้า เป็นจำนวนมาก บางรายก็ขอนำเงินขึ้นทูลเกล้าถวาย แต่เราก็ไม่สามารถจะรับเงินของบางคนได้เราจะรับเงินของเขาได้อย่างไร ในเมื่อเงินที่เขานำมาถวายเรานั้นเป็นเงินที่เกิดจากการขายแผ่นดินของเรา เราจึงรับเงินนั้นไม่ได้ ถ้าจะถามพระราชาอย่างเราว่าพระราชาอย่างเราต้องการอะไร เราก็ขอตอบว่า พระราชาอย่างเราต้องการคนที่ซื่อสัตย์เพราะคนที่ซื่อสัตย์ คือ สมบัติของพระราชาอย่างเรา

ผมก้มลงกราบถวายบังคมพระองค์อีกครั้ง ด้วยความซาบซึ้งน้ำตาไหลในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้แก่ครูสอนหนังสือเล็กเล็ก คนหนึ่ง พระราชดำรัสของพระองค์มีคุณค่ายิ่งต่อชีวิตของผม จากนั้นพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ก็พระราชทานเลี้ยงก๋วยเตี๋ยว เป็นอาหารที่ผมรับประทานแล้วอิ่มตลอดชีวิต

ขอขอบคุณบทความของ พระราชวิจิตรปฏิภาณ วัดสุทัศน์

Loading...