5ชีวิตกินข้าวกับน้ำปลา สุดแสนลำบาก 2ทุ่มกว่าต้องคอยของเหลือ จากร้านสะดวกซื้อ

3 กรกฎาคม 2019 | ข่าวเด่น
Loading...

ใครได้ฟังเรื่องราวของน้องเต้ เด็กน้อยวัย 13 ปี คงกลั้นน้ำตาไม่อยู่อย่างแน่นอน เพราะหลายคนคงไม่นึกไม่ฝันว่าชีวิตของเด็กคนหนึ่ง จะเจอกับความยากลำบากมากมายขนาดนี้ ชีวิตของเต้นั้นมีพี่น้องทั้งหมด 5 คน มียายเป็นผู้ปกครองคอยดูแล เพราะพ่อและแม่เสียชีวิตไปตั้งแต่ทั้ง 5 ยังเล็ก คุณยายจึงกลายเป็นที่พึ่งสุดท้าย โดยมีน้องเต้ซึ่งเป็นพี่ชายคนโต ช่วยยายทำงานหาเงินมาดูแลน้องๆ ที่เหลือ แต่นั้นก็ไม่เพียงพอ ทำให้บางวันทั้ง 5 ชีวิตจะได้นั่งกินข้าวต้ำกับน้ำเป็นอาหารมื้อหลัก และความฝันของน้องเต้คือ อยากได้รถจักรยานยนต์มือสอง ไว้ให้ขี่ส่งน้องๆ ไปโรงเรียน และนำใบเตยไปขายที่ตลาด

น้องเต้ เล่าว่าที่บ้านของผม มียาย มีน้อง และก็มีผม อยู่ด้วยกัน 5 คน ส่วนคุณพ่อ คุณแม่ เสียแล้วครับ ที่บ้านของผมพับใบเตยขายเป็นอาชีพหลัก ก่อนขายใบเตยก็เก็บของเก่าขายครับ

Loading...

คุณยาย เล่าเสริมว่ายายก็เลี้ยงมาตั้งแต่เขาเกิด เพราะว่าตอนที่พ่อแม่เขาเสีย เขาเพิ่งจะได้ขวบกว่าๆ ส่วนน้องเขาเพิ่งจะคว่ำ เต้เป็นเด็กที่อดทน แม้จะแดดร้อนแค่ไหนในการเก็บของเก่า คือต้องเก็บกลางแดด แล้วมันก็เหม็นมากในบ่อขยะ แต่เขาก็ไม่เคยบ่น จนครั้งหนึ่งตอนนั้นจะขึ้นบ่อขยะ ตรงนั้นมันเป็นทางโค้ง ยายก็หลบไม่ทันก็เกิดอุบัติเหตุชน ช่วงนั้นยายก็ยังเดินไม่ได้ ทำอะไรก็ไม่ได้ น้องเต้ เขาก็รับอาสาลงบ่อขยะคนเดียว เขาก็บอกไม่เป็นอะไรหรอกแม่ ถ้าเราไม่หาตรงนี้เราจะเอาตังค์ที่ไหนกิน แม่ก็ยังทำอะไรไม่ได้ ให้หนูหาเถอะ

น้องเต้ เล่าอีกว่า พอบ่อขยะปิด ก็เลยไม่มีขยะให้เก็บ ก็เลยมาทำใบเตยขาย ก็พับเป็นช่อดอกไม้เอาไปขายที่ตลาดโต้รุ่ง ถ้าปกติก็ได้สักประมาณ 100 กว่าบาท หรือไม่ก็ 100 บาท บางวันน้อยสุดก็ 60 บาท

คุณยาย เล่าต่อว่า ก็ลำบากสุดๆ แต่ยายก็พยายามทำทุกอย่าง เพื่อว่าให้เขาได้กิน เพื่อมีชีวิตรอด ให้เขาโตขึ้นมา ถามว่าทำไมยายไม่ให้คนอื่นไป การให้คนอื่น ยายไม่แน่ใจว่า เขาจะรักเหมือนลูกเหมือนหลานเขาไหม แต่สำหรับยาย ยอมรับว่ารัก แล้วก็ยายทิ้งไม่ได้ ที่ห่วงเขาปัจจุบันแล้วก็กังวลเขา คือห่วงเรื่องเรียน ห่วงเรื่องอนาคตเขา ว่าถ้ายายไม่อยู่แล้ว เขาจะทำยังไงต่อไป

น้องเต้ เล่าว่าครอบครัวไม่มีเงินพอสำหรับค่าใช้จ่ายเกือบจะทุกวัน เวลาเงินไม่พอใช้ผมก็กินประหยัดขึ้น ก็บางทีเขาก็ให้โจ๊กมาก็ซื้อพวกน้ำปลามาแล้วก็กินกัน ก็กินแบบนี้ทุกวัน ส่วนเงินไปโรงเรียน ผมจะเอาไปบางครั้งก็ 5 บาท บางวันก็ 10 บาท เป็นค่ารถค่าเดินทาง กลางวันโรงเรียนเขาก็ให้ข้าวฟรี แต่ผมก็ไม่มีเงินซื้อขนมแบบเพื่อน เวลาไปโรงเรียน บางทีถ้ายายไปยืมรถคนแถวบ้านได้ยายก็จะขี่ไปส่ง แต่ขากลับก็กลับเอง ระยะทางประมาณ 5 กิโลตร ผมก็จะตื่นประมาณ 6 โมงครึ่ง หรือไม่ก็ 7 โมง ซึ่งถ้าเดินไปก็นาน ถึงโรงเรียนประมาณสัก 10 โมงได้ครับ ไปถึงก็เรียนไม่ทันเพื่อนเรียนไปแล้ว 1-2 วิชา

Loading...

เมื่อถามว่าเพื่อนเคยล้อไหม น้องเต้ ตอบว่าเคยมีเพื่อนล้อ เขาก็ล้อว่าจน แล้วก็เคยเอารองเท้าเราไปซ่อน แต่เพื่อนล้อผมก็ไม่เสียใจ ก็ใช้วิธีเดินหนีเอา เวลาโดนล้อบางครั้งผมก็อาย แต่ส่วนมากผมไม่อาย เพราะผมไม่รู้จะอายไปทำไม เมื่อถามต่อว่ามีชุดนักเรียนกี่ชุด น้องเต้ตอบว่า ผมมีชุดเดียวครับ เวลาไปโรงเรียน 5 วัน ก็จะพยายามใส่อย่าให้เลอะ แต่ถ้าเลอะจริงๆ ก็ต้องซักตอนมืด แล้วตอนเช้าก็ใส่แบบเปียกนิดหน่อย ส่วนในอนาคตความฝันของผมคืออยากเป็นตำรวจ จะได้ช่วยเหลือประชาชน แล้วก็จับโจรครับ

คุณยาย เล่าด้วยว่า เคยไม่มีเงินเลยในบ้าน ไม่มีข้าว ไม่มีอะไรเลย ก็รอจนมืด ประมาณ 2 ทุ่ม 2 ทุ่มกว่าๆ จะชวนกันออกไปหน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ไปนั่งคอย 2 ทุ่มกว่า จนถึงประมาณ 3 ทุ่ม คอยสิ่งของที่ร้านสะดวกซื้อจะหิ้วออกมา แล้ววางทิ้งไว้ข้างถังขยะ ที่ในถุงนั้นมันมีทั้งของเก่า ขวดเก้า พลาสติก ขนมปัง แล้วก็ข้าวกล่องที่หมดอายุแล้วเอาออกมา นั่นคือของกิน คิดอย่างเดียวว่า ของนี้ต้องกินได้ ถ้าไม่กินเราอด มันไม่ถึงกับบูด ขึ้นรา กินได้ เอาให้หลานกินเรากิน นั่นคือไม่มีสุดๆ จะทำอยู่อย่างนี้บ่อย แล้วก็ออกแทบทุกคืน เราถือว่าเราเก็บกินดีกว่าไปขโมย หรือว่าไปขอเขากินให้เขาว่ามือก็ยังดี เท้าก็ยังดี มือเท้าเรามีแค่นี้ เราหาได้แค่นี้ เราก็ภูมิใจแล้ว อย่างน้อยหลานเราก็ไม่อด

Loading...

“และยายก็อยากบอกเขาว่าภูมิใจและดีใจ ที่ทุกวันนี้เท่ากับว่าได้เขาเป็นหัวเรี่ยวหัวแรง ในการหาเลี้ยงน้อง แล้วก็เลี้ยงยาย ภูมิใจในตัวเขามากแล้วเขาก็เชื่อฟังว่า ถึงเราขายของแค่นี้ มันดูไม่มีราคาเลยค่ะ การเอาเตยไปขาย แต่มันมีคุณค่า เพราะมันเป็นเตยที่ต่อชีวิตเรา ในแต่ละวันให้มีกิน” คุณยายเล่าทิ้งท้าย





Loading...