“อาตมาไม่กล้ารับหรอก” เหตุผลใด “หลวงปู่ดูลย์” ตรัสปฏิเสธครั้ง “ในหลวง ร.๙” ทรงประทานพรให้

26 เมษายน 2019 | Slide
Loading...

เรื่องราวความประทับใจ ที่พสกนิกรมีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 นั้น มีหลากหลายแง่มุม หลายๆ เรื่องราวนั้น เกิดจากการได้เห็น ได้ยิน เรื่องเล่าที่ในหลวง ร.9 และพระบรมวงศานุวงศ์ ท่านทรงสนพระทัยในทางธรรม เข้าหาพ่อแม่ครูบาอาจารย์อย่างทรงเคารพอ่อนน้อมยิ่ง จนพระองค์ได้นำธรรมะต่างๆ มาใช้ทำนุบำรุงบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้ามาจนถึงปัจจุบัน

Loading...

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2522 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยพระราชโอรส พระราชธิดาสองพระองค์ พระสุณิสา และพระเจ้าหลานเธอ รวม 7 พระองค์ ได้เสด็จมานมัสการหลวงปู่ดูลย์ อตุโล ที่วัดบูรพาราม อ.เมือง จ.สุรินทร์ ในเวลา 18.40 – 19.30 น.

หลังจากตรัสถามถึงสุขภาพพลานามัยของหลวงปู่แล้ว ทรงอาราธนาให้หลวงปู่แสดงพระธรรมเทศนา และทรงอัดเทปไว้ด้วย เมื่อหลวงปู่แสดงพระธรรมเทศนาย่อ ๆ ถวายจบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ตรัสถามหลวงปู่ว่า “หลวงปู่ การที่จะละกิเลสให้ได้นั้น ควรจะละกิเลสอะไรก่อน”

หลวงปู่ถวายวิสัชนาว่า “กิเลสทั้งหมดเกิดรวมอยู่ที่จิต ให้เพ่งมองดูที่จิต อันไหนเกิดก่อน ให้ละอันนั้นก่อน” ครั้นทรงมีพระราชปุจฉาในธรรมข้ออื่น ๆ พอสมควรแก่เวลาแล้ว ทรงถวายจตุปัจจัยแก่หลวงปู่ เมื่อจะเสด็จกลับ ทรงมีพระราชดำรัสว่า “ขออาราธนาหลวงปู่ให้ดำรงขันธ์อยู่ให้นานต่อไปอีกเกินร้อยปี เพื่อเป็นที่เคารพนับถือของปวงชนทั่วไป หลวงปู่จะรับได้ไหม”

ทั้ง ๆ ที่พระราชดำรัสนี้เป็นสัมมาวจีกรรม ลวงปู่โดยพระราชอัธยาศัย หลวงปู่ก็ไม่กล้ารับ และไม่อาจฝืนสังขาร จึงถวายพระพรว่า “อาตมภาพรับไม่ได้หรอก แล้วแต่สังขารเขาจะเป็นไปของเขาเอง จะอยู่ได้นานอีกเท่าไรไม่ทราบ” หลวงปู่โพธิ์ (ภิกษุซึ่งเป็นศิษย์หลวงปู่ดูลย์ ผู้ถ่ายทอดเรื่องราว) กล่าวอีกว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ท่านทรงกราบไหว้พระอริยสงฆ์ในหลายพื้นที่ พระองค์ทรงสนพระทัยในเรื่องธรรมปฏิบัติ และเสด็จกราบไหว้ครูบาอาจารย์ฝ่ายกัมมัฏฐานผู้มีความละเอียดอ่อนในกระแสธรรมหลายรูป แสดงถึงตลอดพระชนมชีพพระองค์ท่านมีความซาบซึ้งในคุณธรรม หรือในกระแสธรรมต่างๆ

Loading...

จากพระดำรัส ณ ที่ใดที่หนึ่ง เหมือนนพรัตน์ที่เจียระไนเสร็จแล้ว มีคุณค่าแก่การเชื่อถือ และปฏิบัติตามเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้น พระองค์จึงเป็นผู้แตกฉานทั้งฝ่ายปริยัติปฏิบัติ หรือข้ออรรถข้อธรรม เข้าใจหลักลึกซึ้งอย่างแท้จริง จากการที่ทรงสนพระทัย หรือฟังครูบาอาจารย์มาตลอดตามเวลาที่พระองค์ทรงพระชนม์อยู่ ซึ่งเรายอมรับว่าพระองค์ทรงซาบซึ้ง แตกฉานทั้งทางโลก และทางธรรม หรือทางปริยัติปฏิบัติเป็นอย่างยิ่งหาได้ยาก





Loading...



error: Alert: Content is protected !!