ย้อนรอยวันมหาวิปโยค ‘๑๔ ตุลา’ ถ้าไม่มี “ในหลวงร.๙” คงตายเป็นเบือ

11 กุมภาพันธ์ 2019 | Slide
Loading...

หากลองย้อนรอยเหตุการณ์เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2516 วันมหาวิปโยค เป็นเหตุการณ์การก่อการกำเริบโดยประชาชนครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เป็นเหตุการณ์ที่มีนักศึกษาและประชาชนมากกว่า 5 แสนคนชุมนุมเพื่อเรียกร้องรัฐธรรมนูญจากรัฐบาลเผด็จการจอมพลถนอม กิตติขจร นำไปสู่คำสั่งของรัฐบาลให้ใช้กำลังทหารเข้าปราบปราม

Loading...

ในหลวงรัชกาลที่เก้า-พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร พระองค์ทรงมีชาติบ้านเมืองและพสกนิกรชาวไทย อยู่ในพระราชหฤทัยทุกเวลานาที วิกฤติการเมืองครั้งใหญ่ในชาติไทยหลายครั้ง หากไม่มี “ในหลวงรัชกาลที่เก้า” เสด็จลงมา “ดับวิกฤติชาติ” ชาวไทยและชาวโลกคงได้เห็น เหตุการณ์ทางการเมืองบานปลาย จนถึงขั้น “ไทย-ฆ่า-ไทย” ชนิด “เลือดนองท้องช้าง” ประชาชนจะต้องบาดเจ็บล้มตายกันเป็นเบือ และอาจลุกลามเป็นสงครามกลางเมืองได้อีกด้วย

เมื่อเวลา04.30น. ของวันที่14 ตุลาคม 2516  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้พระราชทานพระบรมราโชวาท โดยมี พ.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร เป็นผู้อัญเชิญมาอ่านต่อกรรมการศูนย์กลางนิสิตฯ จำนวนเก้าคน ที่เข้าเฝ้าฯ รวมถึงผู้ชุมนุมในครั้งนั้น มีใจความตอนหนึ่งว่า  “..เมื่อนิสิตนักศึกษาได้ดำเนินการมาตรงเป้าหมายและได้รับผลตามสมควร ก็ขอให้กลับคืนสู่สภาพปกติ เพื่อยังความสงบเรียบร้อยให้เกิดแก่ประชาชนทั่วไป”

จึงทำให้บรรดากลุ่มผู้ชุมนุมต่างพากันสลายตัว แต่ได้เกิดเหตุการณ์การปะทะกันอย่างรุนแรงขึ้นที่บริเวณถนนหน้าพระราชวังสวนจิตรลดา ระหว่างผู้ชุมนุมกับทหารและตำรวจ ท่ามกลางสถานการณ์เลวร้าย ปรากฏว่า ประตูวังสวนจิตรลกาฯ ได้ถุกเปิดขึ้น

Loading...

ทำให้เหล่าผู้ชุมนุมต่างพากันกรูกันเข้าไปเพื่อหลบภัยอยู่ในพระราชวังสวนจิตรลดาโดยมีมหาดเล็กเป็นคนเปิดให้เข้าไปซึ่งผู้คนทั้งหลายมาทราบว่าในภายหลังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณารับสั่งให้มหาดเล็กช่วยเหลือฝูงชนเหล่านั้นเข้ามาหลบภัย การปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงกลับไปรวมตัวกันในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ฝ่ายรัฐบาล“จอมพลถนอม กิตติขจร”มีการใช้กำลังเข้าปราบปรามมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย และเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ

ด้วยพระบารมีของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัฃการที่9 ผู้ทรงครองแผ่นดินโดยธรรม ได้ทรงกอบกู้วิกฤติของชาติไทย ให้คืนกลับสู่ความสงบศานติ ในที่สุดเมื่อจอมพลถนอม กิตติขจรประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้นายสัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี จึงทำให้สถานการณ์ความรุนแรงยุติลงได้โดยปริยาย

Loading...

ต่อมาเมื่อเวลา 19.15 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสผ่านโทรทัศน์และวิทยุว่า “วันนี้เป็นวันมหาวิปโยคที่น่าเศร้าสลดอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์ชาติไทยตลอดระยะเวลา 6– 7วันที่ผ่านมาได้ทีการเรียกร้องและเจรจากันจนกระทั่งนักศึกษาและรัฐบาลทำข้อตกลงกันได้แต่แล้วมีการขว้างระเบิดขวดและยิงแก๊สน้ำตาขึ้นทำให้เกิดการปะทะกันและมีคนได้รับบาดเจ็บหลายคนความรุนแรงได้ทวีขึ้นทั้งพระนครถึงขั้นจลาจลและยังไม่สิ้นสุดมีคนไทยด้วยกันต้องเสียชีวิตนับร้อย ขอให้ทุกฝ่ายทุกคนจงระงับเหตุแห่งความรุนแรงด้วยการตั้งสติยับยั้งเพื่อให้ชาติบ้านเมืองคืนสู่สภาพปกติเร็วที่สุด

อนึ่งเพื่อขจัดเหตุร้ายนั้นจอมพลถนอมกิตติขจรได้ขอลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อค่ำวันนี้ข้าพเจ้าจึงแต่งตั้งให้ นายสัญญาธรรมศักดิ์เป็นนายกรัฐมนตรีขอให้ทุกคนทุกฝ่ายร่วมกันสนับสนุนเพื่อให้คณะรัฐบาลใหม่สามารถบริหารงานแผ่นดินได้โดยมีประสิทธิภาพเต็มเปี่ยมและแก้ไขสถานการณ์ให้คืนสู่สภาพเรียบร้อยได้โดยเร็วยังความสงบสุขความเจริญรุ่งเรืองให้บังเกิดแก่ประเทศและประชาชนชาวไทยโดยทั่วกัน”

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงเตือนสติผู้ที่เกี่ยวข้องกับทุกฝ่ายให้ช่วยกันแก้ไขปัญหาของชาติ กว่า 70 ปีที่ทรงครองราชย์ ทรงมีพระอัจฉริยภาพแก้ปัญหาทางการเมืองที่สำคัญ ๆ นอกเหนือจาก เหตุการณ์ 14 ตุลา  ก็ยังมีเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ และวิกฤตเลือกตั้ง 2 เม.ย.เมื่อปี 2549 นอกจากนี้ ยังมิรวมถึงพระราชดำรัสของพระองค์ที่เตือนสติคนไทย นักการเมือง ให้ปรองดองมาโดยเสมอมา

Loading...



error: Alert: Content is protected !!