โอนไวอีกแล้ว”สาว19”เปิดเฟซหลอกล่อ เรียบร้อย9ล้าน

7 ธันวาคม 2018 | ข่าวเด่น
Loading...

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 6 ธันวาคม ขณะที่ พ.ต.ท.กุศล สิทธิขันแก้ว สว.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนโรงพัก รับแจ้งจาก น.ส.เบญจรัตน์ ปฏิรูปา อายุ 21 ปี แม่ค้าขายของออนไลน์ น.ส.วชิราภรณ์ คำหล้า อายุ 20 ปี แม่ค้าหมูกระทะ และนางสาววลีวรรณ์ รายน้ำเงิน อายุ 22 ปี แม่ค้าแจ่วฮ้อน ชาว ต.หมากแข้ง เขตเทศบาลนครอุดรธานี พร้อมด้วยเพื่อนต่างสาขาอาชีพอีก 5 คน รวมทั้งหมด 8 คน

 

Advertisement

Loading...

 

นำหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์หลังจาก ถูกนางสาวบี (กรรณิการ์ พันธุ) อายุ 19 ปี ชาว ต.ปะโค อ.กุดจับ จ.อุดรธานี เปิดเฟสบุ๊กชักชวนร่วมลงทุนแชร์ออมทรัพย์ “บ้านแชร์ลัลลาพารวย” นำไปปล่อยเงินกู้รายวันและรายสัปดาห์ จะได้รับดอกเบี้ยกลับคืนสูง สูญเงินไปรวมทั้งสิ้น 1,720,640 บาท โดยเปิดเพจมาได้ 3 เดือน มีสมาชิกกว่า 400 คน ก่อนปิดเพจและไลน์ รวมทั้งโทรศัพท์มือถือหนีติดต่อไม่ได้ ในช่วงกลางดึกคืนวันที่ 5 ธันวาคม ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ยังมีคนในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี และตามจังหวัดต่างๆ เช่น ชลบุรี กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล หลงเชื่อเข้าร่วมลงทุนและตกเป็นเหยื่อขณะนี้ทั้งสิ้น 113 ราย รวมเป็นเงินมากกว่า 9 ล้านบาท ซึ่งเหยื่อในแต่ละพื้นที่ จะทยอยเข้าแจ้งความตามโรงพัก หรือตามท้องที่ของเหยื่อที่ได้โอนเงินเข้าร่วมลงทุน บางกลุ่มที่สูญเงินไปจำนวนหลายล้านบาท จะให้ทนายความดำเนินการเข้าแจ้งความทุกข์ที่ กองบังคับการปราบปราม เพื่อติดตาม น.ส.บี มาดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

Advertisement

Loading...

 

น.ส.เบญจรัตน์ ปฏิรูปา น.ส.วชิราภรณ์ คำหล้า และนางสาววลีวรรณ์ รายน้ำเงิน เล่าว่า หลังจากการเงินของ น.ส.บี เริ่มผิดปกติ ได้บอกผ่านทางไลน์กับกลุ่มสมาชิกว่า ขอเวลาให้หาเงิน และจะหาเงินมาคืนในวันที่ 8 ธันวาคม ซึ่งหลังจากนั้นก็ไม่ทักไลน์ หรือติดต่อมาให้ความสบายใจกับกลุ่มที่เป็นลูกแชร์เลย และออกจากกลุ่มไลน์ ปิดเพสและโทรศัพท์มือถือหนี ในคืนวันที่ 5 ธันวาคม ทีแรกพวกตนไม่รู้ แต่ได้ยินเสียงไลนืกลุ่มแชร์ดังติดต่อกันผิดปกติ


จึงเปิดไลน์ดูพบว่าท้าวแชร หนีออกจากกลุ่มแล้วนะติดต่อไม่ได้เลย และรู้ว่ายอดเงินที่มีคนร่วมลงทุนถึง 9 ล้านบาท ก็คิดว่าเขาจะหาเงินมาจากที่ไหนมาคืนพวกเรา ขนาดพ่อแม่และตัวเราทำงานทุกวันยังไม่เคยมีเงินขนาดนี้ แต่ก็ยังหวังว่าเขาจะนำเงินมาคืนสมาชิกทั้งหมด และจะถอนแจ้งความ หากไม่มีคืนก็อยากให้ติดคุกว่ากันไปตามกฎหมาย

 

Advertisement

 

หลังทราบข่าวพวกตนได้เดินทางไปหา น.ส.บี ที่บ้านแฟนหนุ่ม จึงรู้ว่า น.ส.บี หนีออกจากบ้านไปพร้อมรถเก๋งและทรัพย์สินมีค่าทั้งหมดตั้งแต่เช้ามืด วันที่ 4 ธันวาคม และไม่รู้ว่าหายไปไหน โดยพวกตนไม่แน่ใจว่าเขาจะโกหกช่วยกันหรือไม่ ก่อนมารู้ทีหลังว่าญาติของแฟน น.ส.บี ถูกหลอกร่วมลงทุนเล่นแชร์ด้วยเช่นกัน

จากนั้นพวกตนได้พากันเดินทางไปบ้านแม่ของ น.ส.บี และทราบจากผู้ใหญ่บ้านว่า บ้านแม่ของ น.ส.บี ขายแล้วไม่มีบ้านอยู่แล้ว และแม่ของ น.ส.บี เข้ามาอยู่บ้านญาติในตัวเมืองอุดรธานี ซึ่งก่อนแชร์ล้มท้าวแชร์หนี มีสมาชิกบางรายที่ร่วมลงทุนในวงเงินที่สูง และไม่เชื่อว่า น.ส.บี จะมีเงินมาคืน แต่ นส.บีส่งรุปโฉนดที่ดิน 18 ไร่ ผ่านทางไลน์มาให้ดูเพื่อยืนยันว่ามีทรัพย์สินที่จะนำไปจำนองนำเงินมาคืนให้ แต่โฉนดที่ดินที่ส่งมาให้ดู กลับกลายเป็นฉโนดที่วาดขึ้นมา ซึ่งไม่ใช่โฉนดที่ดินที่ออกให้โดยเจ้าหน้าที่ และไม่ได้ระบุว่ามีที่ดินอยู่ที่ใด”

ด้าน พ.ต.ท.กุศล สิทธิขันแก้ว สว.สอบสวน เปิดเผยว่า จากการสอบสวนผู้เสียหายในเบื้องต้น เชื่อว่าผู้เสียหายน่าจะมีมากว่านี้ เนื่องจากมีสามาชิกในกลุ่มประมาณ 400 คน ส่วนพฤติกรรมหลอกเหยื่อร่วมลงทุนด้านธุรกรรมการเงิน ของ น.ส.บี คล้ายกับการเล่นแชร์ที่มีท้าว และแชร์ลูกโซ่ที่มีคนร่วมลงทุนหรือเล่นจำนวนมาก เพราะเชื่อว่าจะได้ดอกเบี้ยตอบแทนสูง

ซึ่งเข้าข่ายในการกระทำผิด พรบ.แชร์ และฉ้อโกง ซึ่งเป็นคดีอาญา หลังจากนี้จะได้นัดผู้เสียหายทั้งหมดเข้ามาให้ปากคำ พร้อมกับออกหมายเรียก น.ส.บี มาสอบปากคำไปพร้อมกัน หาก น.ส.บี ไม่มาตามหมายเรียก 2 ครั้ง ทางตำรวจจะได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทีมข่าวสารอุดรธานี

Loading...



error: Alert: Content is protected !!